04 ธ.ค. , 2022, 04:17:27 pm

Author Topic: *** หนุ่ม-สาวออฟฟิศ…ฟังทางนี้ เลิกซะเถอะ!!! ดื่มกาแฟแทนอาหารเช้า  (Read 3918 times)

fengshui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
โดย...จารยา บุญมาก / Manager
       
       เมื่อก้าวสู่วัยทำงาน หลายคนอ้างว่า ยุ่งจนไม่มีเวลาทานมื้อเช้า ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะคนจะต้องใช้พลังงานหลังจากมื้อดังกล่าวไปตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่ทำงานในออฟฟิศ

นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการแผนงานโภชนาการเชิงรุก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะนำว่า
ช่วงชีวิตของวัยทำงานจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1.ช่วงเรียนจบใหม่อายุระหว่าง 20-29 ปี ช่วงนี้เป็นวัยที่มีความทะเยอทะยานทำงานเพื่อหาเงิน
ไปใช้จ่ายตามปรารถนา ทั้งกิน ดื่ม เที่ยว และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทานอาหารที่มีประโยชน์

ช่วงที่ 2 ช่วงทำงานสร้างความมั่นคง อายุระหว่าง 30-45 เป็นกลุ่มที่มีการใส่ใจกับการเก็บออมเงิน แต่การทานอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ
ก็ยังถือว่าอยู่ระดับปานกลาง ไม่ถึงกับละเลย แต่แค่ช่วงออกกำลังกายและพักผ่อนจะน้อยมาก

และช่วงสุดท้ายจะเป็นช่วงอายุ 46-60 ปี เป็นช่วงที่ระบบร่างกายเผาผลาญอาหารได้น้อย และช่วงนี้เป็นช่วงที่พฤติกรรมสมัยวัยเรียน วัยรุ่น
เริ่มย้อนกลับมาทำร้ายโดยไม่รู้ตัว เช่น เกิดโรคเบา หวาน ความดัน
จึงจำเป็นต้องออกกำลังกาย ส่วนอาหารแม้จะทานได้มากหรือน้อยแต่การซึมซับสารอาหารที่มีประโยชน์ก็ทำได้ไม่เท่าวัยทำงานช่วงแรก
       
       ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กล่าวด้วยว่า หากจะมองถึงแนวทางในการทานอาหารอย่างมีประโยชน์สำหรับวัยทำงานแล้ว
คงปฏิเสธมื้อเช้าที่ครบ 5 หมู่ ไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นพลังงานไปตลอดทั้งวันแล้ว ยังป้องกันความอ้วน เพราะเพิ่มอัตราการเผาผลาญ
ของร่างกาย อีกทั้งพัฒนาภาวะทางอารมณ์และลดการกินของจุบจิบและทำให้ไม่ต้องทานอาหารปริมาณมากในตอนกลางวันและตอนเย็นด้วย
ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าผู้ที่ทานอาหารมื้อเช้ามีศักยภาพในการทำงานได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ทาน

 
 
ดื่มกาแฟ เช้า สาย บ่าย เย็น
 
 
       “หนุ่มสาวออฟฟิศมักจะเลือกทานเบรก พวกเบเกอรี่ ขนมปัง กาแฟ นม อย่างเดียว แต่ในความจริงแล้วร่างกายต้องการสารอาหาร
มากกว่านั้น และหากไม่อยากเสี่ยงโรคเรื้อรังก็พยายามทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และลด หวาน มัน เค็ม หรือหากทานมื้อเย็นมากเกินไปแล้ว
กลัวอ้วน ก็ต้องปรับพฤติกรรมมาทานมื้อเช้าให้มากกว่าเดิม” นายสง่า ย้ำ
       
       สำหรับผลเสียของการไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าที่เห็นได้ชัดเจน คือ ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างพลังงาน
และซ่อมแซมสิ่งที่สึกหรอ เลือดไม่สะอาด ทำให้อวัยวะต่างๆ ไม่แข็งแรง สมองไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ ทำให้ไอคิวต่ำ เฉื่อย
ขาดความว่องไว ความจำไม่ดี ขาดความกระตือรือร้น ถ้าไม่ได้รับประทานอาหารเช้าเป็นเวลานาน กระเพาะจะไม่แข็งแรง การขับถ่ายไม่ดี
ตัวเหลว กล้ามเนื้อเหลว ผิวเหี่ยวและคล้ำ แก่เร็ว ภูมิต้านทานลด ปวดหัว ปวดเข่า ความจำเสื่อม เป็นอัลไซเมอร์
       
       “และสิ่งสำคัญสำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ทำงานในบริษัทเน้นการใช้สมอง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องรับรู้ไว้ด้วยว่า
การดื่มกาแฟแทนอาหารเช้าไม่ได้ประโยชน์ เพราะการรับคาเฟอีนในปริมาณมากเกินไปไม่ใช่แค่ลดอาการง่วง แต่อาจนำไปสู่ภาวะเสพติดกาเฟอีน (caffeinism) ซึ่งจะปรากฏอาการต่างๆ ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ เช่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล กล้ามเนื้อกระตุก นอนไม่หลับ
ใจสั่น เป็นต้น นอกจากนี้การบริโภคคาเฟอีนเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กอักเสบ และโรคน้ำย่อยไหลย้อนกลับ (gastroesophageal reflux disease) ได้ง่ายขึ้น”

 
 
อาหารมื้อเช้า ข้าวต้มกุ้ง
 
 
       นายสง่า ยังยกตัวอย่างอาหารมื้อเช้า เช่น ข้าวต้มเครื่อง 1 ชาม สลัดผักและเนื้อปลานึ่ง 1 จาน โดยเน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
หากทำเองได้ที่บ้านก็จะดี
       
       ในกลุ่มทำงานที่ชอบทานอาหารมื้อเย็นเป็นพิเศษ แนะนำว่า ควรทานก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาร่างกายได้เผาผลาญอาหารและควรออกกังกาย และนอนหลับอย่างเพียงพอด้วย ที่สำคัญ ต้องพยายาม ลด ละ เลิกแอลกอฮอล์และบุหรี่หลังเลิกงานด้วย
เพื่อสุขภาพที่ดี